เทศน์พระ

สู้เสือ

๑o ก.ค. ๒๕๖๘

สู้เสือ

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันอาสาฬหบูชา พรุ่งนี้เป็นวันเข้าพรรษาๆ พระห้ามออกจากสถานที่ที่อธิษฐานพรรษาภายใน ๓ เดือน ๓ เดือนนี้ให้เร่งภาวนา ให้เร่งภาวนาขึ้นมา เห็นไหม ออกพรรษาแล้วไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปรายงานผลการประพฤติปฏิบัติ รายงานผลการประพฤติปฏิบัติแล้ว คนที่ใจเป็นธรรมๆ ในพรรษาเวลาประพฤติปฏิบัติไปมันมีอุปสรรค มันมีสิ่งใดที่กิเลสมันหลอก จะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคอยแก้ให้ แก้จิตๆ ไง

ในสมัยกึ่งพุทธกาล หลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นท่านรอแก้จิตๆ ไง เวลาท่านดำรงชีวิตอยู่ไง “อายุไม่เกิน ๘๐ ปีนะ ภิกษุเฒ่าจะแก้จิตว่ะ ใครมีปัญหาให้มาถามนะ รีบเร่งภาวนาเข้า ผู้เฒ่าอายุแค่ ๘๐ ปีนะ หาคนแก้จิตหายากนะ”

แล้วเราเป็นบ้างไหม มีแต่ทิฏฐิมานะ มีแต่อหังการ มีแต่ห่มผ้าสีดำๆ แล้วก็ว่าเป็นพระกรรมฐาน นั่นมันผ้าจีวร แล้วหัวใจล่ะ หัวใจๆ เห็นไหม

เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง เวลาครูบาอาจารย์ท่านเป็นพระอรหันต์นะ ท่านไม่บอกหรอกว่าเอ็งปฏิบัติแล้วจะเป็นพระอรหันต์น่ะ ไร้สาระ

ทำความสงบของใจได้หรือเปล่า

ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัตินะ โลกียะเรื่องโลกๆ แค่ทำให้เป็นสัมมาสมาธิเพื่อจะเข้าสู่โลกุตตระ เวลาพูดน่ะปากเปียกปากแฉะ ครูมหาวิทยาลัยเขาพูดดีกว่ามึงอีก แล้วอาจารย์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ดอกเตอร์เขาเป็นอะไรบ้าง ทุกข์เจียนตาย กลับบ้านไปมีแต่ปัญหาทั้งนั้น เวลาอบรมนักศึกษา โอ้โฮ! แจ้วๆๆ เชียว ดีกว่ามึงอีก

แล้วมาบวชเป็นพระทำความสงบของใจได้ไหม

ถ้าใจสงบระงับนะ น้ำตาไหลพราก ความสุขในหัวใจดวงนี้ไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

บวชเป็นพระทำสมาธิไม่เป็น ทำสมาธิไม่ได้ มันเหยียบแผ่นดินผิด ถ้าเหยียบแผ่นดินถูก ถูกอะไร ถูกใจไง ถูกที่จิตไง มันสงบระงับเข้ามาไง มันมหัศจรรย์ไง ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก ไม่ต้องไปเรียกร้องเอากับใคร มันอยู่ท่ามกลางหัวใจดวงนี้

ไอ้นี่ใจของตัวอย่างกับไฟ เรียกร้องจะเอาความสุข เอาที่ไหน

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนานะ วันสำคัญเพราะอะไร วันสำคัญเพราะว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมไง สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

นี่ใจยังหาไม่เจอเลย อะไรมันจะเกิดขึ้นได้ มันก็อารมณ์เดิมๆ นั่นแหละ อารมณ์ความคิดที่เอ็งทุกข์เอ็งยากนั่นแหละ มาบวชเป็นพระเป็นนักรบแล้วก็เอาอารมณ์เดิมนั่นน่ะมาใช้ โลกทั้งนั้นน่ะ แล้วที่ภาวนามยปัญญา ปัญญาในพระพุทธศาสนามันอยู่ที่ไหนล่ะ มันค้นคว้าอย่างไร มันหาเอาที่ไหน

พระไตรปิฎกนะ ธรรมและวินัยเป็นศาสดา หลวงตาพระมหาบัวท่านเรียนจบมหา ไปหาหลวงปู่มั่นไง

สิ่งที่ท่านศึกษามานี่ยอด ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา ศึกษามา ศึกษาทฤษฎี นี่ธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเอ็งรู้อะไร เอ็งรู้อะไร อะไรเป็นจริงขึ้นมา เวลาจะเป็นจริงขึ้นมา ทำความสงบของใจเข้ามาก่อน สิ่งที่ศึกษามาใส่ลิ้นชักสมองไว้ แล้วลั่นกุญแจไว้อย่าให้มันออกมา ไม่ให้ออกมาเพราะอะไร

เพราะท่านประพฤติปฏิบัติมาก่อน หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านเป็นพระอรหันต์ ความเป็นพระอรหันต์ ประวัติหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เริ่มต้นออกธุดงค์พรรษาแรก พรรษาแรกก็เจียนอยู่เจียนไปทั้งนั้นน่ะ เพราะความคิดโลกๆ ไง สัญญาอารมณ์ไง อารมณ์ความรู้สึกไง ก็ปรารถนาความสุขทั้งนั้นน่ะ แต่มันไม่เห็นความสุขไง ทำความสงบของใจก็ทำไม่ได้ไง แล้วก็ละล้าละลังไง เจียนอยู่เจียนไปทั้งนั้นน่ะ เวลามันสงบเข้ามาไง ทำความสงบของใจได้ กว่าจะยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ไง สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน

สมถะเป็นสมถะ ที่ว่าสมถะแก้กิเลสไม่ได้ ที่ทางอภิธรรม ทางวิชาการเขาดูถูกดูแคลนนั่นน่ะ เพราะเอ็งไม่มีสมถะ ความคิดอย่างไรมันก็อีลุ่ยฉุยแฉกอยู่อย่างนั้นน่ะ

แต่ถ้ามีสมถะ หินทับหญ้าๆ นั่นแหละ ให้มันทับไว้ก่อน ทับไว้ให้มันตั้งเนื้อตั้งตัวของมันให้ได้ เวลาตั้งเนื้อตั้งตัวได้ ถ้ามันเป็นภาวนามยปัญญา เอ็งจะมหัศจรรย์ ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา

วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนานี่ไง วันอาสาฬหบูชานี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ ไง แล้วยืนยันโดยพระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมไง แล้วเราปฏิบัติอีลุ่ยฉุยแฉก

จิตเป็นอย่างไร สมาธิมึงอยู่ไหน ทำให้เป็นสิ

ทำไม่เป็นแล้วเรียกร้องเอากับใคร เรียกร้องเอากับใคร

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมานะ กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เวรกรรม กรรมเก่ากรรมใหม่มีของมันอยู่แล้ว แล้วเราก็พยายามฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาไง ทำหัวใจของตนให้มั่นคง

ใจดีสู้เสือ

ใจเลวให้มารมันขี่คอ

ใจเลว มารมันย่ำยี แล้วย่ำยีอยู่อย่างนั้น

ใจดี ใจดีทำความสงบของใจให้ได้

ครูบาอาจารย์ของเรานะ ไม่เรียกร้องอะไรหรอก ขอให้เราทำความสงบของใจให้ได้ ใครทำความสงบของใจได้ เขาก็มีความสุขความสงบในใจของเขา ถ้าเขามีความสงบสุขในใจของเขาได้ เพื่อดำรงชีวิต ดำรงเพศสมณะให้ได้ แล้วฝึกหัดภาวนาของตนขึ้นไป

สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน

เวลาครูบาอาจารย์ท่านพูดไง ในสมถะก็ต้องมีวิปัสสนา เพราะการทำสมถะก็ต้องมีสติมีปัญญา พอมีสติปัญญาไปแล้ว ในวิปัสสนามันต้องมีสมถะ ในวิปัสสนาถ้าไม่พักผ่อน ไม่มีกำลังเลย วิปัสสนามันจะเดินไปได้อย่างไร

เวลาคนที่เขาภาวนาเป็นแล้วเขาดำเนินการไปทางสายกลางในพระพุทธศาสนา เขาทำของเขาด้วยความถูกต้องชอบธรรม ขนาดถูกต้องชอบธรรมขนาดไหน มรรคหยาบฆ่ามรรคละเอียด

เวลามรรคหยาบๆ ขึ้นมา อารมณ์ความรู้สึกที่ดีงามมันก็อยู่กับเราไม่นานหรอก วันนี้คิดได้ เศร้าใจ จิตมันสงบสุขได้ แต่วันต่อไปคิดอย่างนี้ไม่ได้แล้ว เพราะกิเลสมันรู้เท่ารู้ทันแล้ว มันก็ต้องพลิกแพลง ต้องมีอุบายวิธีการ มีการฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาทำหัวใจให้สงบสุขได้

ใจดี แล้วจะไปสู้กับเสือ

เสือกระดาษ เสือในกรง หรือเสือในป่า

เสือกระดาษ เสือ เขาปั้นรูปเสือก็ได้ เสือในกรง ไปดูน่ะ โอ้โฮ! ไปแหย่เล่นกับเสือไง ไปเจอเสือในป่าสิ

จะสู้กับเสือ เสืออะไร รู้จักเสือไหม ถ้าไม่รู้จักเสือก็ตายไง ตายโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตายโดยความไม่รู้ตัว ตายไปแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองตาย ตายแล้วยังไม่รู้จักว่าตายนะน่ะ

แต่ถ้าทำความสงบของใจเข้ามา ใจสงบแล้วถ้าเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง เห็นกิเลส เห็นเสือ มันน่าตกใจ มันน่ากลัว ถ้าเป็นทางโลกก็น่าขยะแขยง

ขยะแขยงอย่างไร เอ็งเห็นมันหรือ เอ็งจับมันได้หรือ เอ็งรู้จักมันหรือ เอ็งเคยเห็นเสือหรือ เสืออะไรของเอ็ง เวลาเสือก็ไปดูสวนสัตว์ไง ไปดูเสือที่เขามีกรงขังไว้ไง ไปแหย่มันอีกต่างหากนะ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ยังคิดว่าตัวเองเก่งนั่นน่ะ ลองหลุดเข้าไปในกรงเสือ เสือมันตะปบเอาตาย แล้วถ้าเสือในป่าล่ะ แล้วเจอเสือในใจล่ะ

ใจดีสู้เสือ เห็นเสือไหม

หลวงปู่มั่นไง “ปฏิบัติมานะ แก้จิตแก้ยากนะ ผู้เฒ่าจะแก้ว่ะ”

ไอ้นี่ไปเชิดชูบูชามัน เชิดชูบูชามันด้วยการปฏิบัติบูชากิเลส “สว่างไสว มีความสุข มีความสงบสุข” จิตส่งออกทั้งนั้นน่ะ

แล้วถ้าจิตมันเข้าไปสู่สัมมาสมาธิไง ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ

เวลาครูบาอาจารย์ ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ เอ็งพูดออกมา อ้าปากก็รู้แล้วว่าอยู่ตรงไหน ไม่มีสิ่งใดเลย จะรู้ธรรมๆ มันเป็นไปได้อย่างไร กิเลสมันหัวเราะนั่นน่ะ เสือมันปลิ้นมันปล้อนมันหลอกเลยนะ มึงไปทำมาหากินนะ แล้วเอาเงินมาป้อนกู

ทำมาหากิน เราก็อุตส่าห์ขวนขวายมีหน้าที่การงานทำมาแล้ว มีเงินมีทองจะช่วยจุนเจือ จะเลี้ยงเสือ จะดูแลเสือ มึงไปทำมาหากินมา แล้วเอามาส่งเสียกู นี่ไง มันปฏิบัติบูชากิเลสไง

ถ้าปฏิบัติตามความเป็นจริง ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก มีใครหลอกใคร มีเขามีเรา ส่งออกแล้ว มันมีเรากับกิเลสเท่านั้นน่ะ แล้วถ้ามีเรากับกิเลส เอ็งเห็นเสือไหม เอ็งรู้จักเสือไหม

สัตวแพทย์ที่เขาดูแลสัตว์ เวลาเขาพยายามทำความคุ้นเคยกับมัน ให้มันหันร่างกายมันให้มันตรวจสุขภาพ ถึงเวลาแล้วต้องยิงยาสลบ ต้องให้มันสลบก่อน แล้วยิงแล้วยาออกฤทธิ์ไม่ออกฤทธิ์ แล้วถึงเวลาแล้ว ออกฤทธิ์แล้ว เวลาเสร็จแล้วต้องรีบออกมา

เวลาเขาดูแลเสือเขายังเพื่อสุขภาพของมันอีกต่างหากนะ ไอ้ของเราคิดเองเออเองบ้าบอคอแตก

ถ้าเป็นจริงๆ มันเสียดาย เสียดายเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา บวชเป็นพระ แล้วเป็นพระปฏิบัติอีกต่างหาก แล้วปฏิบัติก็ปฏิบัติบูชากิเลส

เริ่มต้นกว่าจะศรัทธาพระพุทธศาสนามันก็ไม่เชื่อ พระนี่เห็นแก่ตัว ไม่ทำหน้าที่การงาน เป็นภาระสังคม ทั้งติทั้งเตียน ทั้งดูถูกดูแคลนไปทั้งนั้น กว่าจะศรัทธาได้ ศรัทธาแล้วอยากจะออกบวช ออกบวชขึ้นมามันก็มีปัญหาทั้งนั้นน่ะ เป็นหนี้หรือเปล่า มีโรคภัยไข้เจ็บหรือไม่ พ่อแม่อนุญาตหรือเปล่า กว่าจะบวชได้ เพราะอะไร เพราะบวชแล้วไม่เป็นภาระใครทั้งสิ้น เพราะอะไร เพราะมีศรัทธาความเชื่อ มีความศรัทธาจะมาบวชเป็นนักรบ จะรบกับอะไร ก็รบกับเสือ แล้วถ้าจิตไม่สงบมันจะเห็นเสืออะไร

ถ้าจิตไม่สงบมันก็เห็นเสือกระดาษไง ทำไมจะไม่เห็น กูวาดได้เลยนะ พรินต์ออกมาจะเอากี่รูป เสือ โธ่! สอนเด็กๆ ยังได้เลย

เริ่มต้นมีศรัทธาความเชื่อ เวลาเชื่อแล้วถึงมาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระขึ้นมาแล้ว โอ้โฮ! ใครจะดูแล จะอยู่อย่างไร จะเป็นไปได้อย่างไร อุตส่าห์หาอยู่หากินมา กิน ๑๐ มื้อ ๒๐ มื้อ มาฉันมื้อเดียวยังจะอยู่ได้อย่างไร

ถ้าฉันมื้อเดียวแล้ว ถ้าครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติ มื้อเดียวยังนั่งหลับเลย มื้อเดียวยังอดนอนผ่อนอาหาร

แล้วทำวิจัยทางการแพทย์ อดข้าวได้ ๗ วัน น้ำอดไม่ได้ แต่ครูบาอาจารย์เราอดตลอดเวลา อดเพื่ออะไร หาเสือๆ จะจับเสือ อดเพื่อจะเข้าเผชิญหน้ากับกิเลสไง

ก็กิเลส จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ พญามาร อวิชชา ความไม่รู้ ถึงได้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แล้วใครมันเป็นอะไร ก็เป็นเรานี่ไง แล้วจะไปรู้ไปเห็นมันได้อย่างไรล่ะ

ไปรู้ไปเห็นก็องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง วิสาขบูชาไง ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง อาสาฬหบูชา แสดงธัมมจักฯ

นี่ไง จะรู้จะเห็นมันได้อย่างไร

จะรู้จะเห็นมันได้ด้วยอำนาจวาสนาของศาสดา อำนาจวาสนาของศาสดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าตรัสรู้เองโดยชอบ สาวกสาวกะได้ยินได้ฟังขนาดไหนเอาไปจินตนาการไปเหลวแหลกทั้งนั้นน่ะ

ศาสนาเวลาเจริญรุ่งเรืองเป็นยุคเป็นคราว เวลารุ่งเรืองไง สมัยหลวงตาอยู่ โครงการช่วยชาติฯ กระหึ่มไปทั่วประเทศเลย ตอนนี้อับเฉาไปทั่วประเทศเลย นี่ไง ศรัทธาไง เดี๋ยวก็เฟื่องฟู เดี๋ยวก็ยุบยอบ

สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง สิ่งใดเป็นอนิจจัง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา

พระพุทธศาสนาถึงคราวเฟื่องฟู โครงการช่วยชาติฯ โอ้โฮ! คึกคักๆ โอ้โฮ! ชักชวนกัน แหมจะไปแสวงบุญ ตอนนี้เหี่ยวเฉาเชียว ทำบุญกับใครดีไง

ทำบุญน่ะนั่งลง หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธประเสริฐที่สุด ภาวนาปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง บูชาด้วยการประพฤติปฏิบัติไง บูชาด้วยการกระทำของตนนี่ไง แล้วใจของตนให้มันดีงามขึ้นมาไง เห็นไหม

เริ่มต้นตั้งแต่เกิดเป็นมนุษย์ พระพุทธศาสนาสอนเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เฮ้ย! มันมีจริงหรือวะ ภพชาติมันมีจริงหรือ มันเป็นไปได้จริงหรือ เวลาฝึกหัดปฏิบัติถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา ถ้าบรรลุธรรม อีก ๗ ชาติ เกิดไม่เกิดล่ะ

ไอ้เกิดไอ้ตายยังสงสัย บุคคลคู่ที่ ๑ รู้โดยปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกเลย เกิดอีก ๗ ชาติ กับเกิดที่ไม่มีต้นไม่มีปลายแตกต่างกันอย่างไร มีไหม

มันมีหรือวะ เกิดตายๆ มันจริงหรือเปล่า ภพชาติมันมีจริงหรือ กรรมเวรมันมีจริงหรือเปล่า

ถ้ามันมีของมันขึ้นมา มันไม่กระทำ มีหิริมีโอตตัปปะ แล้วเวลาบวชเป็นพระศีล ๒๒๗ เวลาจะฝึกหัดปฏิบัติไง ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมาอบอุ่น ศีลนี่ ธุดงค์ไปเผชิญได้ทั้งนั้นน่ะ ศีลกูสมบูรณ์ ใครมันจะมาย่ำยี เชิญ ถ้ามีเวรมีกรรมต่อกัน ถ้าไม่มีเวรมีกรรมต่อกัน เชิญ เผชิญได้ทั้งนั้นน่ะ เผชิญอะไร

จะสู้กับเสือ ใจดีสู้เสือนะ หาเสือในใจของตนให้ได้

ถ้าหาเสือ เห็นเสือตัวจริงๆ ตัวเป็นๆ แล้วเสือมันก็มีพ่อเสือ ลูกเสือ มีขนเสือ มีขี้เสือ มันขี้ไว้ เห็นขี้เสือก็ตกใจแล้ว เห็นขี้ โอ้โฮ! ขี้เสือ ขี้เสือ มันมีขนสัตว์ มันมีเล็บสัตว์ มันกินเข้าไป มันขี้ออกมาด้วย ขี้เสือ ตกใจ ยังไม่เห็นเสือ เห็นรอยเสือก็กลัว เห็นขี้เสือก็ตกใจ ยังไม่เห็นเสือเลย

เห็นเสือเห็นอย่างไร เวลาเห็นกิเลสเห็นอย่างไร

เห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริงไง

เวลาครูบาอาจารย์ของเรา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น “แก้จิตแก้ยากนะ” เวลาแก้ยากๆ จิตสงบไหม จิตสงบแล้วทำไมนอนตายอยู่นั่นน่ะ ทำไมไม่ฝึกหัดใช้ปัญญา

“จิตสงบแล้วมันจะเกิดปัญญาเอง ไปเห็นกิเลส กิเลสตายต่อหน้าเลย แต่ก่อนนะ โอ้โฮ! มันขี้โกรธ แต่ก่อนกินเหล้าเมายา เดี๋ยวนี้หายหมดแล้ว เป็นพระอรหันต์”

หันไปบูชากิเลสไง หันขี้หมา

ไอ้นั่นมันขี้เสือนะ กิเลสมันขี้ไว้มันยังน่ากลัว ขี้หมา เสือมันวิ่งมาเลย มันจะตะปบกินหมา

เวลาฝึกหัดปฏิบัติให้มันเป็นข้อเท็จจริงของเราขึ้นมา ถ้ามันฝึกหัดเป็นข้อเท็จจริงของเราขึ้นมา เราทำความสงบของใจเข้ามาให้ได้ ไม่ต้องไปว่าจะสิ้นกิเลส จะเป็นพระอรหันต์ ไม่ต้อง ทำสมาธิให้เป็นเถอะ ทำสมาธิให้เป็นเพราะอะไร เพราะมันรู้ว่านี่เป็นสมถกรรมฐาน สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แล้วมันไม่มีอะไรติดไม้ติดมือ ว่างเปล่า ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาเห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรมตามความเป็นจริง นี่คือต้นทางแห่งการวิปัสสนา

ต้นทางแห่งการวิปัสสนา เห็นไหม ประวัติหลวงปู่เจี๊ยะ ประวัติครูบาอาจารย์ ไปหาหลวงปู่ขาว

“ม้างกายๆ ม้างกายหรือเปล่า”

“ม้างหลาย ม้างหลายครับ ม้างหลาย”

พิจารณากาย แต่การพิจารณากายถ้าเอ็งเป็นสัมมาสมาธิแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา เห็นกายแล้วมันจะเกิดความมหัศจรรย์

ไอ้นี่เห็นกายโดยวิปัสสนึก มันรู้สูตรหมดแล้ว มันสร้างภาพให้หมดเลย กายก็รู้ ทุกอย่างรู้ทั้งนั้น มันเป็นจินตนาการไปทั้งสิ้น ไอ้นั่นมันเสือกระดาษ เสือภาพวาด จะวาดเสือ ๑๐ ตัวก็ได้ จะวาดให้เสือกัดกันก็ได้ จะให้เสือมันมีพ่อแม่ลูกก็ได้ จะวาดอะไรได้ทั้งนั้นน่ะ เพราะมันอยู่ที่มันวาด เพราะมันจินตนาการไง

แต่ถ้าจิตมันสงบยกขึ้นสู่วิปัสสนา หลวงปู่ขาว ครูบาอาจารย์ไง

“ม้างกายบ่ ม้างกายบ่”

“ม้างหลายครับ ม้างหลาย”

ม้างแล้วมันเหลืออะไร มันเป็นเช่นใด มันเป็นอย่างใด นี่ครูบาอาจารย์ของเรา แก้จิตแก้ยากนะ แก้จิตแก้ยากนะ พิจารณากาย พิจารณากายอย่างไร

มันเป็นพวกขุนนาง พิจารณากายจินตนาการไปไร้สาระ ไร้ขอบเขต ไร้ขอบเขตมันก็สูญเปล่าไง

แต่ครูบาอาจารย์เราพิจารณากายแล้ว มันวางกายไม่วางกาย มันปล่อยกายไม่ปล่อยกาย มันรู้เท่าทันหรือไม่รู้เท่าทัน มันรู้โดยปัญญาหรือรู้โดยสัญญา มันรู้อย่างไร

นี่ไง ทำความสงบของใจก็เจียนอยู่เจียนตาย ทำไม่เป็น ทำไม่ได้ ไอ้ที่มันเป็นไปมันเป็นสัญญาอารมณ์ทั้งนั้น ยกขึ้นสู่วิปัสสนาก็ให้กิเลสมันพลิกมันแพลงไง กิเลส อุปกิเลสไง โอภาสสว่างไสว อุปกิเลสนะ โอภาสสว่างไสวไม่ต้องมาพูด กิเลสชัดๆ กิเลสตัวจริงๆ

แก้จิตแก้ยากนะ

แต่เราเห็นของเรา โอ้โฮ! มันสว่าง มันใส

อุปกิเลส ตำรามีอยู่น่ะ ไปเปิดสิ พระพุทธเจ้าสอนไว้หมดแล้ว

กิเลสหยาบๆ ไอ้สัญญาอารมณ์ที่เจียนอยู่เจียนตายกันอยู่นี่ นี่กิเลสหยาบๆ

นักปฏิบัติปฏิบัติแล้วสว่างไสวผ่องใส...อุปกิเลสครับ อุปกิเลส ๑๖ โอภาส สว่างไสว ความว่าง กิเลสทั้งนั้น

สู้เสือ อย่าให้เสือตะปบ อย่าให้เสือพลิกแพลง อย่าให้เสือหลอก มันหลอกมาพอแรงแล้ว มันหลอกมาเกิดเป็นมนุษย์อยู่นี่ แล้วเกิดมาเป็นมนุษย์มันหลอกมา นี่กิเลสพญามาร แต่ก็มีบุญมีกุศลไง เกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้ออกบวชไปเป็นพระจะต่อสู้กับกิเลส ต่อสู้มันก็ต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าบวชมาแล้วปฏิบัติไปบูชามันอีก แล้วก็ปลิ้นก็ปล้อน สรุป มันเกิดบาปเกิดกรรม เกิดทุกข์เกิดยากต่อเนื่องกันไป

เกิดมามันก็ทุกข์มันก็ยาก นี่ไง คนเกิดมาด้วยบุญกุศลเขาก็ประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา แต่เขาก็ตายเปล่าไง เราเกิดมาจะขี้ทุกข์ขี้ยากขนาดไหนเราก็เห็นภัยในวัฏสงสารมาบวชเป็นพระไง บวชเป็นพระขึ้นมา การประพฤติปฏิบัติมันจะสุขสงบขนาดไหน มันสุขมันสงบ เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ความเพียรชอบไง ความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ เห็นไหม

ในสมัยพุทธกาล พระโสณะเดินจนฝ่าเท้าแตก พระจักขุบาลนั่งสมาธิประพฤติปฏิบัติจนตาแตก ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมา ท่านเสียสละมาทั้งนั้นน่ะ

เสียสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ เสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม เสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม ถ้าเป็นจริงๆ เสียสละได้หมด ชีวิตก็เสียสละได้ เสียสละ เห็นไหม

ทำอะไรก็กลัวเป็นกลัวตายไง แล้วเวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมานะ ประพฤติปฏิบัติ ครูบาอาจารย์ หลวงตาพระมหาบัวเวลาท่านปฏิบัติไง มันจะเป็นจะตาย สู้กับมันไง สุดท้ายแล้วกิเลสตาย เหลือเรารอดมาได้ เหลือรอดมาได้เพื่อเทศนาว่าการ เหลือรอดมาได้เป็นการยืนยันว่ากิเลสฆ่าอย่างไร

ไม่เหลือรอดมาได้ ตายหมด ตายพร้อมกับกิเลส ไม่มีสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วไม่มีสิ่งใดเอามาให้กับสัทธิวิหาริกได้เห็นว่าทำอย่างไร ไม่ให้เหลือมาแบบหลวงปู่มั่น จิตเป็นอย่างไร แก้จิตแก้อย่างไร แล้วปฏิบัติอย่างไร เป็นมรรคเป็นผลอย่างใด เป็นข้อเท็จจริงอย่างใด เหลือมาเพื่อเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ถ้าไม่เหลือมาก็ตายหมดไง สู้เสือไง เสือมันตะปบเอาไปกินหมดเลย

แต่ถ้าสู้เสือแล้วคลี่คลาย จับมันได้ คลี่คลายมันได้ ถึงเวลาสมุจเฉทปหาน นิโรธ นิโรธดับทุกข์ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับด้วยมรรค ๘ ถึงข้อเท็จจริงอันนั้น

ข้อเท็จจริงอันนั้น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พระอัญญาโกณฑัญญะไง สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เกิดขึ้น ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ มรรค ๘ มรรค ๘ หนทางแห่งการประพฤติปฏิบัติ นิโรธดับได้

ถ้าดับไม่ได้ ดับไม่ได้มันก็ไม่สมบูรณ์แบบในอริยสัจไง ถ้ามันสมบูรณ์ในอริยสัจ นี่ไง ก็เกิดสงฆ์องค์แรกของโลกไง เกิดพระอัญญาโกณฑัญญะไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไง รัตนตรัยไง สมมุติสงฆ์ไง แล้วข้อเท็จจริงนั่นอริยสงฆ์

ไอ้เราสมมุติสงฆ์ สมมุติๆ ไง เข้าก็ได้ ออกก็ได้ ไปไหนก็ได้ ไปก็ได้ มาก็ได้ แต่ให้มันจริงตามสมมุติ เวลามันเป็นจริงขึ้นมา มันเป็นจริงขึ้นมาด้วยธรรมอันนั้น ธรรมอันนั้นถ้าเป็นจริง เกิดอีก ๗ ชาติ พระโสดาบันเกิดอย่างมากอีก ๗ ชาติ พระอานนท์เป็นพระโสดาบันแล้วสิ้นกิเลสชาตินี้จบ ครูบาอาจารย์บุคคลคู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ ถ้าสำเร็จประโยชน์ จบหมด

ถ้าไม่สำเร็จประโยชน์ คาอยู่ที่คู่ที่เท่าไร หลายๆ องค์ได้คู่ ๑ คู่ ๒ มาก จบ ไปไม่รอด แค่นั้น ก็ยังต้องเกิดในกามภพ ถ้าถึงคู่ที่ ๓ เกิดบนพรหม ถ้าจบคู่ที่ ๔ เกิดบนพรหม จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส จิตเดิมแท้นี้หมองไปด้วยอุปกิเลส ความผ่องใส ความสว่างไสว พรหมทั้งนั้นน่ะ เวลาทำลายแล้ว ทำลายภวาสวะ ทำลายภพ ทำลายวัฏจักร ทำลายทั้งหมด ออกจากวัฏฏะ

นี่ไง ถ้าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อหัวใจดวงนี้ แล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติให้เป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ถ้าเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมา ฟังธรรมเข้าใจหมดล่ะ นี่ไง เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านแสดงธรรมไง หลวงปู่ลีพระอรหันต์ไง ลีเนาะ ลีเนาะ

มันหลอกกันไม่ได้ คนรู้จริงเขามี คนจริงเขาฟังออกหมดน่ะ แล้วฟังแล้วรู้เรื่องว่าไอ้คนพูดจริงหรือเท็จ แล้วจริง จริงแค่ไหนด้วย จริง ๑ ๒ หรือจริงแค่สมถะ ไอ้เข้าฌานสมาบัติก็จริงแค่นั้นแหละ พูดถึงความสงบ พูดถึงความผ่องใส พูดอยู่อย่างนั้นน่ะ แต่ไม่ได้พูดถึงกิเลสเลย

ใจดี ไม่เห็นเสือ

ใจดี จับเสือไม่ได้

ใจดี พิจารณาเสือไม่เป็น

ใจดีคือสัมมาสมาธิ ใจดีสู้เสือ

เสือคือกิเลสตัณหาความทะยานอยาก แค่ครองจิตดวงเดียวนะ เวียนว่ายเวียนเกิดในวัฏฏะไม่มีต้นไม่มีปลาย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกจิตหนึ่งเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เกิดมานั่งบนกองกระดูกของตัว เราเวียนว่ายตายเกิดไม่มีต้นไม่มีปลาย เกิดซ้ำเกิดซาก เกิดแล้วเกิดเล่า ขับถ่ายกันอยู่อย่างนี้ ร่างกายก็ฝังอยู่ในโลกนี้ แปรสภาพกลายเป็นดินอยู่นี้ แล้วก็กลับมากินของเก่าไง

อาหารก็เกิดมาจากดิน ทุเรียนเกิดมาจากดิน ปลูกจากดินขึ้นมา ทุเรียนหอมๆ นั่นน่ะ กินดินทั้งนั้นน่ะ เกิดมาจากดินแล้วร่างกายเราก็กลับไปเป็นดิน ทับถมกันอยู่นี่

เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา บวชเป็นพระธุดงคกรรมฐาน ไปอยู่ในป่าในเขาก็นั่งบนกองกระดูกของตัวนั่นไง ถ้ามันรู้จริงไง มันเห็นจริงแล้วมันสังเวชไง ถ้ามันวังเวชมันก็จะเอาจริงเอาจังไง มันก็จะฝึกหัดปฏิบัติไง

พรุ่งนี้วันเข้าพรรษา อธิษฐานพรรษาแล้วฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นข้อเท็จจริงในใจของตน ถ้าเป็นข้อเท็จจริงของตน เห็นไหม แต่ละภพแต่ละชาติ แต่ละวันแต่ละปี แต่ละพรรษา ซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆ ฝึกหัดขึ้นมา ไม่มีอะไรมีคุณค่าเท่ากับทางจงกรม ไม่มีอะไรเท่ากับนั่งสมาธิภาวนา เพราะไม่มีอะไรมีคุณค่าเท่าหัวใจ

ทรัพย์สินเงินทองมันของประจำโลก แย่งชิงฆ่าฟันกันก็เพื่อทรัพย์สิน ไอ้เรา เราเสียสละมาแล้ว ทรัพย์สินถึงเวลาแล้วถ้ามันหาได้หรือใครจุนเจือได้ก็เรื่องหนึ่ง แต่หัวใจไม่มีใครทำให้ใครได้ เราจะต้องฝึกหัดของเราขึ้นมาเอง

แล้วถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราจะฝึกหัดขึ้นมาให้มันเป็นบุญเป็นกุศล ถ้าฝึกหัดเริ่มต้น ถ้าฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไปมันก็จะเป็นภาวนามยปัญญา แล้วถึงที่สุดถ้ามันชำระล้างกิเลสได้ เกิดอย่างมากอีก ๗ ชาติ คู่ที่ ๑ คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๓ ขึ้นมาไม่เกิดบนกามภพ กามไม่มี เกิดบนพรหม คู่ที่ ๔ ไม่กลับมาเกิดอีกเลย

แล้วมันเป็นอย่างไรล่ะ มันเป็นแค่ไหนวะ

ถ้าไม่มีหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ยืนยันกันไม่ได้ ยืนยันได้ “แก้จิตแก้ยากนะ ผู้เฒ่าจะแก้ว่ะ”

เราไม่ต้องให้ใครแก้ เพราะมันไม่มีอะไรให้แก้ มันว่างเปล่า มันมีสัญญาอารมณ์ มันมีแต่เรื่องโลกๆ มีแต่เรื่องโกหกมดเท็จ โกหกมดเท็จหลอกแม้แต่ตนเอง เอวัง